ศูนย์สุขภาพและประกัน › ห้องเรียนชีวิตปลอดภัย

ควรมีประกันอะไรบ้าง? วางแผนชีวิตให้ปลอดภัยตามช่วงวัย

เริ่มจากขั้นต่ำที่ทุกคนควรมี ต่อด้วยแผนตามช่วงวัย และบทเรียนที่ช่วยให้ไม่จ่ายเบี้ยผิดที่ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

101บทเรียนชีวิตปลอดภัย

คนหนึ่งคนควรมีประกันและเงินสำรองขั้นต่ำเท่าไร?

ชีวิตที่ปลอดภัยสร้างเหมือนบ้าน ต้องเริ่มจากฐานรากก่อน ติ๊กสิ่งที่คุณมีแล้ว พีระมิดจะสว่างขึ้นทีละชั้น และบอกว่าควรเติมชั้นไหนก่อน

6 · ส่งต่อมรดก ผู้รับประโยชน์
5 · สร้างความมั่งคั่งออม ลงทุน เกษียณ
4 · ป้องกันทรัพย์สินบ้าน อาคาร รถ
ขั้นต่ำที่ทุกคนควรมี
3 · ป้องกันรายได้ชีวิต อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง
2 · ป้องกันค่ารักษาสิทธิ์ที่มี + ประกันสุขภาพ
1 · เงินสำรองฉุกเฉิน3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย

สร้างจากล่างขึ้นบน ชั้นบนจะมั่นคงได้ ชั้นล่างต้องแน่นก่อน
เจ้าของกิจการและอาชีพอิสระ ควรมีเงินสำรองใกล้ 6 เดือน เพราะรายได้ไม่สม่ำเสมอ

ชุดปฐมพยาบาลการเงินของคุณ

ติ๊กข้อที่มีแล้ว ข้อมูลไม่ถูกส่งไปที่ไหน

ยังไม่ได้เลือก
ครบ 0 จาก 9

ติ๊กสิ่งที่คุณมีอยู่ ระบบจะบอกว่าควรเติมชั้นไหนก่อน

102แผนชีวิตตามช่วงวัย

วางแผนการเงินและประกันตามช่วงวัย ต้องทำอะไรบ้าง?

เลือกช่วงอายุของคุณ ดูว่าควรทำอะไรก่อน และบทเรียนที่คนช่วงวัยนี้ควรรู้

ช่วงอายุ 22–30 ปี

เริ่มทำงาน

สร้างฐานให้แน่น ตั้งแต่เบี้ยยังถูกและสุขภาพยังดี

บทเรียนช่วงนี้เวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของดอกเบี้ยทบต้น เริ่มออมเร็วกว่าเพื่อน 5 ปี ได้เปรียบมากกว่าที่คิด
นัดคุยแผนช่วงวัยนี้ →
  1. สะสมเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ 3 เดือนก่อน แล้วค่อยขยับเป็น 6 เดือน
  2. ทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุของตัวเอง แม้มีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว
  3. เริ่มออมเพื่อเกษียณทันที แม้เดือนละไม่มาก
  4. เลี่ยงหนี้บัตรเครดิตและหนี้ผ่อนของฟุ่มเฟือย
ช่วงอายุ 30–45 ปี

สร้างครอบครัว

เริ่มมีคนพึ่งพา การปกป้องรายได้คือหัวใจของช่วงนี้

บทเรียนช่วงนี้แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน คือ 3 จังหวะที่ต้องทบทวนประกันทันที เพราะภาระเปลี่ยนทั้งก้อน
นัดคุยแผนช่วงวัยนี้ →
  1. ประกันชีวิตให้เสาหลักของบ้าน ทุนพอปิดหนี้บ้านและดูแลครอบครัวหลายปี
  2. ซื้อบ้านแล้วทำประกันอัคคีภัยตามค่าก่อสร้างจริง
  3. ประกันสุขภาพให้ลูก และทบทวนวงเงินค่ารักษาของพ่อแม่
  4. เริ่มเตรียมทุนการศึกษาลูกแยกจากเงินเกษียณ
ช่วงอายุ 45–55 ปี

สร้างความมั่งคั่ง

รายได้สูงสุดของชีวิต และความเสี่ยงโรคเริ่มมากขึ้น

บทเรียนช่วงนี้ลองถามตัวเองว่า ถ้าหยุดทำงานวันนี้ เงินที่มีอยู่จะพอใช้ถึงอายุเท่าไร คำตอบนี้บอกว่าต้องเร่งแค่ไหน
นัดคุยแผนช่วงวัยนี้ →
  1. เพิ่มความคุ้มครองโรคร้ายแรงเป็นเงินก้อน
  2. เร่งออมเกษียณ และตั้งเป้าปลดหนี้ให้หมดก่อนเกษียณ
  3. เจ้าของกิจการ: วางประกัน Key-man และแผนส่งต่อกิจการ
  4. จัดพอร์ตทรัพย์สินให้มีทั้งสภาพคล่องและผลตอบแทน
ช่วงอายุ 55–60 ปี

เตรียมเกษียณ

เปลี่ยนจากการสะสม เป็นการเตรียมรายได้หลังเลิกทำงาน

บทเรียนช่วงนี้ค่ารักษาพยาบาลมักเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเร็วที่สุดหลังเกษียณ วางแผนไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
นัดคุยแผนช่วงวัยนี้ →
  1. วางรายได้หลังเกษียณ เช่น บำนาญ เงินปันผล หรือค่าเช่า
  2. เช็กว่าประกันสุขภาพต่ออายุได้ถึงอายุเท่าไร และวงเงินยังพอไหม
  3. ลดความเสี่ยงของพอร์ต ไม่ฝากความหวังไว้กับการลงทุนเสี่ยงสูง
  4. ปรับบ้านและทรัพย์สินให้เหมาะกับชีวิตหลังเกษียณ
ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป

วัยเกษียณ

ใช้เงินอย่างยั่งยืน และส่งต่ออย่างราบรื่น

บทเรียนช่วงนี้ส่งต่อทั้งทรัพย์สินและความรู้ คุยกับลูกหลานตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าให้เขามาเดาทีหลัง
นัดคุยแผนช่วงวัยนี้ →
  1. วางแผนถอนเงินใช้ให้พอตลอดชีวิต
  2. ทำพินัยกรรมและอัปเดตผู้รับประโยชน์ให้ตรงกับปัจจุบัน
  3. เก็บเอกสารสำคัญไว้ที่เดียว และบอกให้ลูกหลานรู้
  4. ระวังการชักชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ

นอกจากช่วงอายุ ให้ทบทวนแผนทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน: แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน เปลี่ยนงาน เปิดกิจการ หรือพ่อแม่เริ่มต้องพึ่งพาคุณ และทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง

103ความเชื่อ vs ความจริง

6 บทเรียนที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจเรื่องประกัน

ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ทำให้หลายคนจ่ายเบี้ยไม่น้อย แต่ยังไม่ปลอดภัย

บทเรียนที่ 1

ป้องกันก่อน ลงทุนทีหลัง

ความเชื่อที่พบบ่อยรีบลงทุนให้รวยก่อน ค่อยทำประกันทีหลัง
ความจริงถ้ายังไม่มีเงินสำรองและประกันสุขภาพ เจ็บป่วยครั้งเดียวอาจต้องขายเงินลงทุนตอนขาดทุน
บทเรียนที่ 2

เสาหลักก่อนลูก

ความเชื่อที่พบบ่อยทำประกันให้ลูกก่อน เพราะรักลูกที่สุด
ความจริงถ้าพ่อแม่ที่หารายได้เป็นอะไรไป ลูกลำบากกว่า ประกันชีวิตและสุขภาพของเสาหลักจึงต้องมาก่อน
บทเรียนที่ 3

ทำตอนยังแข็งแรง

ความเชื่อที่พบบ่อยยังหนุ่มสาว ยังไม่ต้องทำประกัน
ความจริงทำตอนสุขภาพดี เบี้ยมักต่ำกว่า และยังไม่มีโรคประจำตัวที่อาจถูกยกเว้นความคุ้มครอง
บทเรียนที่ 4

สวัสดิการบริษัทไม่ใช่ของเราตลอดไป

ความเชื่อที่พบบ่อยมีประกันกลุ่มของบริษัทแล้ว พอแน่นอน
ความจริงประกันกลุ่มสิ้นสุดเมื่อออกจากงาน และวงเงินมักจำกัด ควรมีประกันสุขภาพของตัวเองอย่างน้อย 1 ฉบับ
บทเรียนที่ 5

แยกหน้าที่ คุ้มครองกับออม

ความเชื่อที่พบบ่อยประกันออมทรัพย์ คุ้มครองค่ารักษาไปด้วยในตัว
ความจริงประกันแบบออมทรัพย์เน้นการออม ไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาล และประกันชีวิตไม่ใช่การฝากเงิน เลือกให้ตรงหน้าที่
บทเรียนที่ 6

แพงไม่ได้แปลว่าดี

ความเชื่อที่พบบ่อยยิ่งเบี้ยแพง ยิ่งคุ้มครองดี
ความจริงดีคือคุ้มครองความเสี่ยงที่ทำให้ล้มทั้งยืน และจ่ายไหวทั้งสัญญา หลักคร่าว ๆ ที่นักวางแผนการเงินนิยมใช้ คือเบี้ยรวมไม่เกินประมาณ 10–15% ของรายได้ต่อปี
Q&Aคำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไร?
หลักทั่วไปคือ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายรวมค่าผ่อนหนี้ เจ้าของกิจการและอาชีพอิสระควรมีใกล้ 6 เดือน เพราะรายได้ไม่สม่ำเสมอ
ควรทำประกันให้ใครก่อนในครอบครัว?
ทำให้เสาหลักที่หารายได้ก่อน เพราะถ้าคนหารายได้ป่วยหรือจากไป ทั้งบ้านกระทบ จากนั้นจึงทำให้ลูกและคนอื่นในครอบครัว
เบี้ยประกันรวมไม่ควรเกินเท่าไรของรายได้?
หลักคร่าว ๆ ที่นักวางแผนการเงินนิยมใช้ คือเบี้ยประกันรวมไม่เกินประมาณ 10–15% ของรายได้ต่อปี และต้องจ่ายไหวตลอดสัญญา
ควรทบทวนประกันเมื่อไร?
อย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน เช่น แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน เปลี่ยนงาน เปิดกิจการ หรือพ่อแม่เริ่มต้องพึ่งพาคุณ
แจ้งเคลมด่วนทาง LINE